ท่ามกลาง “วิกฤต COVID-19” ที่ทำให้พวกเรากังวลและเครียดกันอยู่เช่นนี้ เคยมีใครสงสัย หรือฉุกคิดถึงเด็ก ๆ บ้างหรือไม่ว่าพวกเขาคิดยังไงกับ COVID-19 ที่พวกเขาต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน เมื่อต้องล้างมือบ่อย ๆ อดไปเที่ยวเล่นนอกบ้านเหมือนอย่างเคย หรือแม้แต่การที่ได้อยู่บ้านพร้อมหน้ากับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ได้สิทธิ์ Work From Home ใกล้ชิดกันมากกว่าที่เคย
เรื่องนี้มีคำตอบ! จากงานวิจัยหัวข้อ “Inside Thai Kids” ซึ่งเจาะลึกแนวคิดของเด็กไทยวัยประถม เพื่อให้พวกเรา รวมถึงนักการตลาด และแบรนด์ ที่ต้องทำการตลาดกับเด็ก ๆ ได้เข้าใจพวกเขาอย่างถ่องแท้! เพราะท่ามกลางความตึงเครียดที่ผู้ใหญ่ต้องเผชิญเด็กๆ ก็ “เครียดไม่แพ้กัน” เห็นได้จากผลวิจัยชิ้นนี้
อย่ามองข้าม “อารมณ์” ของเด็ก!
แน่นอนว่าวัยเด็กทำให้พวกเขาไม่ตระหนักถึงความรุนแรงได้เท่าผู้ใหญ่ ความรู้สึกที่เด็ก ๆ มีต่อเชื้อไวรัสร้ายจึงมีหลากหลาย แต่ไม่พบความ “น่ากลัว” ในความรู้สึกของพวกเขา
“น่าเบื่อ” มากกว่า “น่ากลัว” : เพราะสถานการณ์นี้ทำให้เด็ก ๆ ถูกควบคุมให้อยู่แต่ภายในบ้าน พวกเขาจึงรู้สึกเบื่อมากกว่าที่จะหวาดกลัว
สอนให้เห็น “คุณค่า” ของสิ่งที่มี! : จากการที่เด็ก ๆ ต้องอดไปโรงเรียน อดเล่นกับเพื่อน อดเจอคุณครู นั่นยิ่งกลายเป็นโอกาสให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง สอนให้พวกเขารู้ถึงคุณค่าของการเรียนและการได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
หมดเวลาไปกับ “การเล่น” : แน่นอนว่าเมื่อต้องติดอยู่กับบ้าน เด็ก ๆ จึงเลือกเล่นสนุกกับเกม ดูทีวี หรือเสพคอนเทนต์ออนไลน์ไปเรื่อย ๆ เรื่องนี้กลายเป็นโจทย์ที่ครอบครัวต้องพยายามจัดสรรให้ดี และเปลี่ยนช่วงเวลาเล่นสนุกให้เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้
“ธุรกิจ” เรียนรู้อะไรจากสถานการณ์นี้
ธุรกิจที่มีโอกาสมากสุดในสถานการณ์นี้ คือ สินค้าและบริการที่มาพร้อม “โซลูชั่น” โดยเฉพาะ…
– ความบันเทิงหรือกิจกรรมภายในบ้าน ยิ่งภาครัฐและเอกชนสนับสนุนมาตรการ Work From Home มากเท่าไหร่ สิ่งที่ทุกบ้านต้องการก็คือ อุปกรณ์ และกิจกรรม ที่ช่วยเปลี่ยนให้การอยู่บ้านกลายเป็นเรื่องสนุกสนาน อาทิ คอนเทนต์, บรอดเกม, เกมออนไลน์, เครื่องออกกำลังกายสำหรับครอบครัว, อุปกรณ์เพื่อสร้างกิจกรรมให้เด็ก ๆ เป็นต้น
– ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่มีโอกาส แม้ปัญหานี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับแบรนด์ส่วนใหญ่ แต่หากพยายามมองหาโอกาสจากวิกฤตครั้งนี้ก็อาจส่งผลดีแก่ธุรกิจของคุณได้ ยกตัวอย่าง แบรนด์อาหารยี่ห้อหนึ่งที่สร้างคอนเทนต์ให้ครอบครัวสามารถสั่งอาหารประเภท Half-cook ไปปรุงร่วมกันภายในช่วงเวลาเช่นนี้ หรือ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค, อาหารเสริม, วิตามิน ฯลฯ ล้วนช่วยเติมเต็มให้ครอบครัวผ่านวิกฤตในครั้งไปได้โดยไม่ได้มีแต่ความตึงเครียด
– ปรับรูปแบบการทำงาน ถึงแม้ว่าธุรกิจที่ทำจะไม่เคยให้บริการแบบ Delivery หรือ Online มาก่อน แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้คุณอาจต้องมองถึงโอกาสจากการให้บริการประเภทดังกล่าวมากขึ้น เพื่อรับกับแนวคิด Social Distance ด้วย
เด็กไทยฉายแวว! แสดง “ศักยภาพ” ที่ซ่อนอยู่
เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เด็ก ๆ Gen Z ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี ทั้งยังฉายแววสู่โอกาสในด้านอื่น ๆ ผ่าน Insight ต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนแนวทางและศักยภาพของเยาวชนไทย อาทิ…
“Young Entrepreneur” เด็กสมัยใหม่จะทำงานเร็วขึ้น
พวกเราเริ่มต้นทำงานเมื่ออายุเท่าไหร่ ? แต่ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตทำให้เด็ก ๆ มีความสนใจและความสามารถแตกต่างไปจากยุคเดิม ๆ ทั้งยังทำให้มีช่องทางแสดงความสามารถผ่านออนไลน์มากขึ้นแม้จะยังไม่ได้ทำจนเป็นอาชีพ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจที่ผู้ใหญ่ควรให้การสนับสนุน เพื่อสร้าง Young Entrepreneur ในประเทศไทย
“Chase The Dream” เด็กมีความฝันและต้องการคนช่วยเติมเต็ม
บ่อยครั้งที่ผู้ใหญ่เผลอดับฝันของเด็ก ๆ ด้วยคำว่า “เป็นไปไม่ได้หอรก” หรือ “ไร้สาระ” และ “ตัวเท่านี้จะทำอะไรได้” นั่นเป็นเหตุผลที่เด็กหลายคนไม่มั่นใจในความสามารถที่ตนเองมี เพราะไม่แน่ใจว่าตนเองจะถูกวัดคุณค่าจาก “เกรดเฉลี่ย” มากกว่า “ความสามารถพิเศษ” ที่ตนเองมีอยู่หรือไม่ หรือแม้แต่เมื่อตนเองมีไอดอลในดวงใจ จะสามารถเดินตามรอยความฝันเช่นนั้นได้หรือไม่ ซึ่งคำแนะนำสำหรับครอบครัวและสังคมเกี่ยวกับประเด็นนี้ คือ เราเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับพวกเขาหรือไม่ เราได้สนับสนุนให้พวกเขาได้พัฒนาศักยภาพนอกเหนือจากเส้นทางวิชาการหรือไม่ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด คือ การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ ใกล้ชิด และมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา
“Boundless Learning Era” โรงเรียนคือโลกกว้าง
อย่าคิดว่าเด็ก ๆ ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว! เพราะหลาย ๆ ครั้งพวกเขามีความคิดที่เติบโตมากกว่าวัย และ “การเรียน” ในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน หรือหนังสือเรียนอีกต่อไป สิ่งที่เด็ก ๆ ชื่นชอบคือการลงมือทำ ดังนั้น สิ่งที่ผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญก็คือ การสนับสนุนการเรียนรู้ช่องทางใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากแนวคิดพื้นฐาน ทั้งยังต้องสร้างการแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน และสนับสนุนให้พวกเขาได้เดินทางตามความฝัน เพื่อส่งเสริมการเรีบนรู้ที่มากกว่าภายในห้องเรียน
ที่มา : งานวิจัย “Inside Thai Kids” โดย นันยาง x Hummingbirds