แม้จะยังไม่มีใครตอบได้ว่า การแพร่ระบาด COVID-19 จะดีขึ้นเมื่อไหร่ แต่เหตุการณ์ทุกๆ อย่างต้องมีวันเลิกลา และเมื่อประเทศไทย หรือประเทศอื่นทั่วโลกบรรลุเป้าหมายประชากรได้รับวัคซีนเกิน 70% หรือสามารถทำได้ 100% สเต็ปต่อไปที่หน่วยงานภาครัฐต้องนึกถึง และน่าจะเตรียมพร้อมได้ตั้งแต่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย นั่นก็คือ ‘เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19’
โดยเอกสารนี้จะเข้ามาเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่ต้องใช้สำหรับการเดินทางอย่างแน่นอน อย่างที่ในประเทศญี่ปุ่น ที่นายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ สึกะ (Yoshihide Suga) และสมาชิกคณะรัฐมนตรี ได้เตรียมที่จะอนุมัติใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 แบบดิจิทัล หรือ Digital Vaccine Passports ซึ่งได้ประชุมสภาไปเมื่อวานนี้ (6 ก.ย.)
VACCINE PASSPORTS | Japanese Prime Minister Yoshihide Suga and all other cabinet members will attend a digital society promotion conference on Monday, where they will officially approve the "digital vaccine passports."https://t.co/1KmGDmWkJe#COVID #coronavirus #vaccine
— Nikkei Asia (@NikkeiAsia) September 6, 2021
สิ่งที่น่าสนใจ และคิดว่าสามารถเป็นไอเดียให้กับประเทศอื่นได้ ก็คือ เอกสาร Digital Vaccine Passports ที่จะใช้สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ จะใช้เป็นรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด ก็คือ ใช้เป็นรหัสสแกน QR code ผ่านแอปพลิเคชั่นที่ลิงก์กับข้อมูลผู้โดยสารทั้งหมด เพื่อใช้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าผู้โดยสารได้รับวัคซีนครบ 2 โดสตามมาตรฐานแล้ว ซึ่งนโยบายนี้จะเริ่มใช้ช่วงกลางเดือน ธ.ค.ปีนี้
การออกใบรับรองฯ แบบดิจิทัล เป็นการต่อยอดจากปัจจุบันที่มีการออกใบรับรองฯ เป็นรูปแบบกระดาษอยู่แล้ว ขณะที่นายกฯ โยชิฮิเดะ ได้จัดตั้งหน่วยงานดิจิทัลแห่งใหม่ขึ้น ‘Digital Agency’ สำหรับการดูแลรับผิดชอบการออกใบรับรองการฉีดวัคซีน และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงดูแลโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ให้เข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อความสะดวกและรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ นโยบายการออกเอกสาร Vaccine Passports ของญี่ปุ่น มีหลายประเทศทั่วโลกที่ ‘ยอมรับ’ กับนโยบายนี้แล้ว เพียงแต่บางประเทศจะระบุว่า ต้องทำตามมาตรการของตัวเองอยู่ เช่น การกักตัว 14 วัน (หรือ 8 วัน) ขณะที่บางประเทศจะละเว้นการตรวจแบบ RT-PCR แต่ยังต้องมีการกักตัว ซึ่งรายชื่อประเทศที่ยอมรับนโยบายนี้ของญี่ปุ่น เช่น
- แคนาดา
- ฝรั่งเศส
- อินโดนีเซีย
- สิงคโปร์
- มาเลเซีย
- เวียดนาม
- มัลดีฟส์
- ซามัว
- สโลวีเนีย
- เบลารุส
- เดนมาร์ก
- เอกวาดอร์
นอกจากญี่ปุ่น ยังมีอีกหนึ่งประเทศอย่าง ‘อังกฤษ’ ที่เตรียมจะใช้ Vaccine Passports ในช่วงปลายเดือนนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าไปเที่ยวที่ indoor เช่น ไนท์คลับ โดยมองว่า สถานการณ์ส่งสัญญาณดีขึ้น และเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเริ่มฟื้นเศรษฐกิจของอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ในสภาเองและเสียงตอบรับจากประชาชนส่วนหนึ่งยังต่อต้านนโยบายนี้ มองว่าอาจทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดแย่ลง
กรณีของญี่ปุ่น และอังกฤษ คงเป็นได้เพียงแค่ตัวอย่างที่หน่วยงานภาครัฐสามารถหยิบไปศึกษาได้ และมองว่าในอนาคต Vaccine Passports น่าจะเป็นที่ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
ที่มา: channelnewsasia, asia.nikkei, japantimes, bbc