
เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม เพิ่งมีข่าวว่า “Hertz” ธุรกิจรถเช่าสัญชาติอเมริกัน ซึ่งมีแฟรนไชส์ถึง 12,400 แห่งทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 จนถึงขั้นเข้าสู่กระบวนการ “ล้มละลาย” เพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอด
อ่านเพิ่มเติม |
แต่ใครจะเชื่อว่าตอนนี้สถานการณ์ของ Hertz พลิกผันไปแล้ว! เพราะสามารถขายหุ้นได้สูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 31,000 ล้านบาท จากบรรดานักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นจากหุ้นดังกล่าว ว่ากันว่า ราคาหุ้นของ Hertz เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปิดตลาดอยู่ที่ 2.83 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 40% จากวันก่อนหน้า โดยถือเป็นประวัติศาสตร์ของหุ้นดังกล่าวที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมาได้กว่า 400% นับตั้งแต่ลงไปต่ำสุดที่ 0.56 เหรียญสหรัฐ เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม
ไม่แค่นั้น เพราะหลังจาก Hertz ถูกพิษ COVID-19 ถล่ม “Robinhood” ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพสาย FinTech ที่คอยชี้ช่องการลงทุนเกี่ยวกับหุ้นและสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้แนะนำให้สมาชิกไปช้อนซื้อหุ้นของ Hertz ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม ซึ่งสมาชิกกว่า 3,500 รายก็แห่กันไปซื้อ แถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็น 18,000 รายในเดือนถัดมา และเพิ่มเป็นเกือบ 43,000 รายในเดือนที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ Hertz ยื่นเข้าสู่กระบวนการล้มละลายปรากฎว่ามีสมาชิก Robinhood มากกว่า 170,000 รายแล้ว ที่เข้าถือหุ้นดังกล่าว
ที่มา : techcrunch