
ก่อนหน้านี้เราเห็นกระแสการปลดพนักงานจากหลายบริษัท ทั้งแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่กันมาแล้ว เพราะทนพิษจากการระบาด COVID-19 ไม่ไหว
ล่าสุด เป็นคิวของ fast food chain เจ้าใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ‘Burger King’ ที่เริ่มสะบักสะบอมไม่ต่างกัน ความเสียหายทางเศรษฐกิจทำให้ฟาสต์ฟู้ดรายนี้ส่งสัญญาณว่า อาจจะต้องปลดพนักงานหลายพันคน เพื่อรักษาเสถียรภาพของธุรกิจไว้ ท่ามกลางการระบาดที่กินเวลามานานหลายเดือนตั้งแต่ปลายปี 2019
“ความเสียหายที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลก บังคับให้สาขาของ Burger King ต้องปิดตัวลงทุกๆ 1 ใน 10 ของร้านสาขาอย่างถาวร และหมายความว่าอาจมีคนตกงานถึง 1,600 คนในสหราชอาณาจักร (UK)” Alasdair Murdoch CEO ของ Burger King
“There’s a real potential of losing well over a million people out of the hospitality [industry].”
Burger King CEO Alasdair Murdoch – who is calling for a nine-month rent-free period to help the sector during #Covid19 – says some form of "intervention" is essential#Newsnight pic.twitter.com/vnItHhSYoH
— BBC Newsnight (@BBCNewsnight) May 6, 2020
ทั้งยังย้ำด้วยว่า “ผมไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียขึ้น เราพยายามกันอย่างหนักที่จะไม่ทำ แต่สุดท้ายกลับมาที่เราต้องประเมินว่า ระหว่าง 5 – 10% ของจำนวนพนักงานที่จะถูกปลดนั้น เท่าไหร่ถึงจะพออุ้มธุรกิจให้อยู่รอดได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรา แต่เป็นทุกคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันกับเรา” ผู้บริหารระดับสูงรายนี้กล่าว
ในเวลานี้มีเพียงร้านค้าในสหราชอาณาจักรที่เปิดให้บริการได้ 370 แห่ง จากทั้งหมด 530 สาขา ทั้งนี้ มีโครงการของรัฐบาลอังกฤษที่เริ่มออกมาให้ความช่วยเหลือบ้างแล้ว โดยเฟสแรกที่จะอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจใน UK เป็นจำนวน 30 พันล้านปอนด์ (ราว 1,186 ล้านบาท) แต่ Murdoch พูดว่า โครงการช่วยเหลือดังกล่าวไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหายอดขายตกและต้นทุนที่ธุรกิจต้องแบกรับได้ ซึ่งภายใต้เงื่อนไขของการช่วยเหลือนั้น ไม่ว่าจะเป็น ร้านกาแฟ, ร้านอาหาร และ ไนต์คลับ ประมาณ 129,000 แห่งทั่วสหราชอาณาจักร จะร่วมลดค่าสินค้า/บริการลง 50% เพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย
นอกจากนี้ ค่า VAT ที่ลูกค้าจะต้องจ่าย 20% ต่อครั้งที่ใช้บริการ ก็จะปรับลดลงด้วยเช่นกันเหลืออยู่ที่ 5% ในอีก 6 เดือนข้างหน้า ซึ่ง CEO ของ Burger King มองเป็นวิธีการแบบ ‘innovative approach’ ซึ่งคนที่ได้เปรียบมากที่สุดคือ ผู้บริโภค ไม่ใช่ภาคธุรกิจ แต่ Burger King ก็จะเข้าร่วมโครงการนี้ของรัฐบาลอังกฤษ

ที่มา : uk.finance.yahoo, verdictfoodservice