ในยุคที่โครงการบ้านจัดสรร หรือคอนโดโตต่อเนื่อง ธุรกิจรับสร้างบ้าน ก็ดูจะแผ่วลงไป ด้วยสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าควักเงินสร้างบ้าน ทว่า สำหรับปีนี้ธุรกิจรับสร้างบ้านเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่ม Gen Y ที่เพิ่งสร้างครอบครัว ต้องการเรือนหอหรือที่อยู่อาศัยที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ตัวเอง มีอิสระในการออกแบบ ต้องการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ทั้งการเลือกรูปแบบบ้าน วัสดุที่ใช้ และการตกแต่งต่างๆ นี่จึงทำให้ในปีที่ผ่านมาธุรกิจรับสร้างบ้านมีมูลค่ารวมกว่า 14,000 – 15,000 ล้านบาท
เมื่อ Gen Y เป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนตลาด สิ่งที่มาพร้อมกับคนกลุ่มนี้คือ สื่อออนไลน์ ซึ่งไม่ใช้แค่เรื่องช้อปออนไลน์เท่านั้น แต่เรื่องการสร้างบ้านพวกเขาก็ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว หันมาใช้สื่อออนไลน์ในการทำตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้ทุกมิติ
ด้วยเหตุนี้ทำให้ รอแยลเฮ้าส์ ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้าน รุกตลาดออนไลน์มากขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังคนรุ่นใหม่ เน้นการทำสื่อออนไลน์ ใช้ Social Media ให้ความรู้เรื่องงานก่อสร้าง มาตรฐานการก่อสร้าง ทำคลิปวิดีโอ และ Personal Campaign ทำให้ปี 2560 รอแยลเฮ้าส์ มีผลประกอบการกว่า 900 ล้านบาท โดย 40% ของรายได้มาจากบ้านที่ราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท
ยืนยันตลาดรับสร้างบ้านเติบโต
ช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ คุณโกศล โควิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด เผยว่า บริษัทฯ มีผลประกอบการ 260 ล้านบาท จากการสร้างบ้าน 37 หลัง ส่วนใหญ่เป็นบ้าน 3-7 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายของบริษัทฯ ในปีนี้คือ Gen Y หรือคู่รักที่เพิ่งแต่งงานใหม่ ปัจจุบันรอแยลเฮ้าส์มี 27 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 60% และต่างจังหวัด 40% ปีนี้มีแผนเพิ่มสาขาเป็น 50:50
คาดว่าปี 2561 นี้ จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 ล้านบาท โดยประมาณ 20% หรือ 10,000 ล้านบาท เป็น market share ของบริษัทในสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน รอแยลเฮ้าส์ปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายในการขายที่ 1,000 ล้านบาท
กลยุทธ์ของรอแยลเฮ้าส์ปี 61
เน้นด้านการพัฒนาสินค้าชนิดใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด จากเมื่อปีที่แล้วได้มีการเปิดตัวแบบบ้านผู้สูงอายุและได้รับการตอบรับดีมาก ปีนี้ก็เลยเตรียมเปิดตัวแบบบ้านแนวดิ่งรุ่นใหม่อีก 2 แบบ ตอบโจทย์บ้านสำหรับคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับการดีไซน์แสงสว่างในบ้าน ใช้ที่ดินในการปลูกสร้างไม่มาก แต่ได้ฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้งานที่ครบเหมือนกับบ้านแนวราบ
ในภาวะการแข่งขันที่มีสีสันมากขึ้น การปรับตัวของผู้ประกอบการจึงเป็นสิ่งสำคัญ จะทำตลาดเพียงช่องทางเดียวไม่ได้ ต้องใช้ออนไลน์ควบคู่ออฟไลน์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเปิดตลาด และช่วยให้ผู้บริโภคได้บ้านที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ในต้นทุนที่ลดลง