ในยุคที่ การสร้างประสบการณ์ที่ดี และมีกลยุทธ์การบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ได้ผลดีกว่าการโฆษณาแบบตรงๆ แบรนด์ค้าปลีกหลายเจ้าจึงหันมาสร้าง ‘คาแรกเตอร์’ ของตัวเองให้ชัดเจน เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ และลึกซึ้งมากขึ้น
เช่นเดียวกับแบรนด์ MR. D.I.Y. (มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.) ร้านค้าปลีกอุปกรณ์แต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ในราคาถูกคุ้มเสมอ (Always Low Prices) ที่หลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว จึงอยากชวนมาเจาะลึกกลยุทธ์การตลาดใหม่ของแบรนด์ MR. D.I.Y. ในปีนี้ที่มุ่งเน้นเรื่องการ ‘สื่อสารแบรนด์’ อย่างเต็มกำลัง ผ่านกลยุทธ์ Mascot Marketing ด้วยการเปิดตัวมาสคอต ปันดี’ พร้อมเป้าหมายสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว
พลิกมุมมองการตลาด MR. D.I.Y. ชูแคมเปญใหม่ ‘เจอดีที่ MR. D.I.Y.’ เปิดตัวมาสคอต ‘ปันดี’
การเปิดตัวแคมเปญใหม่ของ MR. D.I.Y. อย่าง “เจอดีที่ MR. D.I.Y. “เปลี่ยนทุกวันให้เป็นวันดีๆ’ ด้วยหลากหลายสินค้าคุณภาพที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิต ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง ซ่อมแซม ต่อเติม เติมเต็ม หรือแก้ปัญหาในทุกมิติ ให้ลูกค้าคนไทยได้ในทุกวัน
แนวคิดของแคมเปญนี้สะท้อนความตั้งใจในการยกระดับภาพลักษณ์ตัวเองให้เป็น “เพื่อนรู้ใจ” ของผู้บริโภค ที่ทำให้ทุกวันเป็นวันดีๆ โดยไม่จำกัดแค่สินค้าสำหรับงานช่างหรือของใช้เล็กๆ น้อยๆ แต่ยังรวมถึงโซลูชันที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น สนุกขึ้น พร้อมรู้สึกว่า “ทุกวันเป็นวันที่ดีได้จริงๆ” ตามชื่อแคมเปญ ‘เจอดีที่ MR. D.I.Y.’
นอกจากนี้ทาง MR. D.I.Y. ยังเปิดตัว ‘ปันดี’ (Pandee) มาสคอตแพนด้าสุดน่ารัก ที่จะมาสร้างรอยยิ้มและเป็นเพื่อนรู้ใจ มอบความสุขพร้อมไอเดียดีๆ ให้ทุกวันเป็นวันที่ดี ซึ่งจะปรากฏตัวผ่านภาพยนตร์โฆษณา (TVC) พร้อมสื่อออนไลน์ในช่องทางต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความสดใสพร้อมไอเดียใหม่ๆ ทั้งในคอนเทนต์ออนไลน์ และออฟไลน์ โดยมีเป้าหมายให้แบรนด์มีบุคลิก (Personality) ที่เป็นกันเอง เข้าถึงง่ายขึ้น
เปิดมุมมอง MR. D.I.Y. ทำไมต้อง ‘Mascot Marketing’ ?
หากมองในเชิงกลยุทธ์การตลาด แนวคิดของ ‘Mascot Marketing’ คือการสร้าง ‘ตัวแทน’ ที่ทำหน้าที่สื่อสารแทนแบรนด์ ซึ่งได้ผลดีกว่าโลโก้ ภาพ หรือตัวอักษรทั่วไปเสียอีก ทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ MR. D.I.Y. ดูสนุก และวางตำแหน่งของแบรนด์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน มากกว่าเป็นเพียงร้านขายเครื่องมือของใช้เท่านั้น
นอกจากนี้ Mascot Marketing เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ MR. D.I.Y. สามารถสร้างการมีส่วนร่วม (Brand Engagement) พร้อมลดระยะห่างระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้นเคย และเปิดใจรับฟังเรื่องราวของแบรนด์ได้ง่ายยิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้าง Brand Love หรือความรักและผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาวอย่างแท้จริง
ความสำเร็จของการใช้มาสคอตมักเกี่ยวพันกับกลยุทธ์ Storytelling โดยทางแบรนด์ MR. D.I.Y. เลือกใช้การเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตผู้คน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานในเมืองใหญ่ นักศึกษา คนอยู่ต่างจังหวัด หรือครอบครัวที่ต้องการตกแต่งบ้าน จุดนี้เองทำให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังไม่ได้มองว่า ‘ปันดี’ มาโฆษณาขายของ แต่เป็น ‘เพื่อน’ ที่แนะนำสินค้า พร้อมไอเดียเจ๋งๆ อยู่เสมอ
สกัด 3 แกนหลักความแข็งแกร่งของ MR. D.I.Y.
แบรนด์ค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ ต้องมีจุดแข็งที่ชัดเจน สามารถตอบสนองพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ในทุกมิติ และสำหรับ MR. D.I.Y. นั้น แกนหลักที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จมีอยู่ 3 ด้านที่น่าจับตา
1. ความหลากหลายของสินค้ากว่า 15,000 รายการ ใน 6 แผนกหลัก (Variety)
D.I.Y. ชูจุดเด่นด้วยความหลากหลายของสินค้ากว่า 15,000 รายการ ครอบคลุม 6 แผนกหลัก ทั้งอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ฮาร์ดแวร์ เครื่องใช้ในครัว เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์ยานยนต์ และของเล่น จนสามารถเรียกได้เต็มปากว่านี่คือร้านค้าแบบ ‘One-Stop Shopping’ ที่ช่วยประหยัดเวลา เพราะผู้บริโภคสามารถหาสิ่งที่ต้องการได้ในที่เดียว ไม่ต้องไปหลายร้านให้วุ่นวาย
2. ราคาถูกคุ้มเสมอ (Always Low Prices) ตามคำมั่นสัญญาของ MR. D.I.Y.
นับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถครองใจผู้บริโภคในวงกว้างได้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีความฉลาดในการใช้จ่าย มองหาสินค้าคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล
การย้ำจุดยืน “Always Low Prices” คือการสร้างคุณค่าที่ชัดเจน (Perceived Value) ให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจว่าการมาที่นี่จะได้สินค้าคุณภาพ โดยที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง และสามารถซื้อสินค้าจำนวนมากได้โดยไม่กังวลเรื่องราคาเกินงบประมาณที่ตั้งไว้
3. สะดวกสบายด้วยกว่า 900 สาขา ใน 77 จังหวัด ทั่วประเทศไทย (Convenience) และช่องทางออนไลน์ www.mrdiy.co.th, Shopee, Lazada และ Tiktok
การที่ MR. D.I.Y. มีสาขามากถึง 900 แห่ง กระจายอยู่ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย ถือเป็นจุดแข็งในการทำตลาดแบบ Physical Presence เพราะลูกค้าสามารถเดินทางไปเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล ขณะเดียวกันก็สามารถเข้าถึงสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ อย่างเว็บไซต์ www.mrdiy.co.th และช่องทางยอดนิยมอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok ได้อีกด้วย
ตอบโจทย์เทรนด์ Omnichannel Shopping ที่ลูกค้าสมัยใหม่มีไลฟ์สไตล์การชอปปิงที่หลากหลาย ทั้งยังซับซ้อนมากขึ้น เพราะวันนี้ลูกค้าที่เดินเข้าร้านมา แม้จะไม่ได้ซื้อทันที แต่อาจจะเป็นการเก็บข้อมูล ศึกษา หรือเปรียบเทียบราคา ก่อนจะตัดสินใจซื้อในช่องทางที่สะดวกที่สุด
แบรนด์ยุคนี้จึงต้องให้ความสำคัญกับบริการ พร้อมอัปเดตข้อมูลสินค้าในทุกช่องทางครอบคลุมทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์อย่างเหนียวแน่นในระยะยาว
เมื่อรวม 3 แกนหลักนี้เข้ากับแคมเปญ ‘เจอดีที่ MR. D.I.Y.และมาสคอตแพนด้าอย่าง ‘ปันดี’ กลายเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ MR. D.I.Y. สามารถยกระดับการทำการตลาดในยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ โดยเลือกใช้การผสมผสานระหว่าง ‘ประสบการณ์ที่ดี’ (Experience) ผ่านเรื่องราวของแบรนด์ พร้อมมาสคอตน่ารัก ไปจนถึง ‘การเข้าถึงที่สะดวก’ (Accessibility) ผ่านเครือข่ายร้านค้าและช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และ ‘ความคุ้มค่า’ (Value for Money) ผ่านสินค้าหลากหลายในราคาที่จับต้องได้จริง
ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้รอบด้าน ส่งผลให้ MR. D.I.Y. ไม่เพียงโดดเด่นขึ้นในตลาดค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูง แต่ยังสามารถสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคได้ในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ