Meta โชว์โซลูชั่นใหม่ ขายของผ่าน Messenger – Live สด ได้ง่ายขึ้น ผสานพลัง AI ยกระดับกลยุทธ์การตลาดสร้างความเติบโตให้ธุรกิจ

  • 535
  •  
  •  
  •  
  •  

 

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าแพลตฟอร์มภายใต้ Ecosystem ของ Meta ไม่ว่าจะเป็น Facebook,  Messenger และ Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากถึง 3,240 ล้านคนไปแล้ว แม้จะมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาด Meta ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในแง่จำนวนผู้ใช้รวมถึงการใช้เวลาในแพลตฟอร์ม การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งเพราะการปรับตัวอย่างต่อเนื่องของ Meta ในการตอบสนองความต้องการผู้ใช้งาน รวมไปถึงการพัฒนา “โซลูชั่นใหม่ๆสำหรับการทำธุรกิจ”

ล่าสุดโซลูชั่นใหม่ที่ Meta ประกาศอัพเกรดยกแผงคือฟีเจอร์ “การส่งข้อความธุรกิจ” หรือการทำการตลาดด้วย Messenger รวมถึงโซลูชั่น Live Shopping ที่กำลังจะยกระดับและทำให้การซื้อขายทำได้แบบไร้รอยต่อ โดย Meta ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ เหล่านี้ในงาน Meta Business Messaging Summit 2024 ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้

 

ทำไม Messenger จึงสำคัญกับธุรกิจ

ในสายตาผู้ใช้งานทั่วไปการส่งข้อความหรือการ “แชท” นั้นอาจเป็นแค่ช่องทางการสื่อสารเท่านั้น แต่จากสถิติแล้วการ “แชท” นับว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากๆ ในเชิงธุรกิจโดยเฉพาะในประเทศไทยที่ผลสำรวจเมื่อปี 2023 พบว่านักช้อปชาวไทยไทยสัดส่วนถึง 90% ใช้วิธีการ “แชท” ในการติดต่อสื่อสารกับผู้ขาย ในขณะที่แพลตฟอร์มของ Meta โดยเฉพาะ Facebook, Messenger รวมถึง Instagram ที่กลายเป็นช่องทางหลักที่คนซื้อของจะทักแชทกับคนขายมากที่สุด โดยเฉพาะ Messenger ที่มีสัดส่วนผู้บริโภคมากถึง 56% ที่ใช้ในการทักหาคนขาย

 

 

Messenger ในมุมของคนขายของเองก็สำคัญเช่นกันเพราะหากเพจเปรียบเสมือนหน้าร้าน แชทก็เปรียบเสมือนการให้บริการลูกค้าอย่างใกล้ชิดผ่านการพูดคุยและตอบคำถาม ธุรกิจไม่ว่าจะแบรนด์เล็กหรือใหญ่  มีการลงทุนกับโฆษณาแบบ Click to Messenger เพิ่มมากขึ้นและผู้ใช้งานสัดส่วนมากถึง 76% ระบุว่าแคมเปญแบบนี้สามารถสร้าง Lead ที่มีคุณภาพสูงมาสู่ธุรกิจได้ และยังมีความพึงพอใจในการใช้ Messenger ในการสื่อสารธุรกิจในระดับถึง 91% เลยทีเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ Meta พัฒนาโซลูชั่นเพื่อตอบสนองการแชทอย่างต่อเนื่องเช่น การยกระดับประสบการณ์การมีส่วนร่วมของลูกค้า การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย Click to Messenger Ads การสร้างการเชื่อมต่อตลอดเส้นทางการซื้อของลูกค้าด้วยโซลูชั่นใหม่ๆ รวมถึงการนำ AI เข้ามายกระดับธุรกิจซึ่ง Marketing Oops! จะสรุปฟีเจอร์เด่นๆมาให้อ่านกันในบทความนี้

 

จับมือ Shopee ซื้อของบน Messenger ง่ายขึ้น

ฟีเจอร์ใหม่ที่ Meta พัฒนาขึ้นสำหรับคนขายที่ยิงโฆษณาแบบ Click to Messenger (CTM) ก็คือการจับมือกับ Shopee เว็บไซต์ E-Commerce ยอดนิยมในไทยในการเชื่อมต่อ Catalog สินค้าของร้านค้าให้เข้ามาแสดงผลให้ลูกค้าได้เห็นหลังจากที่ Click เข้ามาพูดคุยใน Messenger ฟีเจอร์ซึ่ง Meta เปิดให้ใช้งานตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แน่นอนว่าจะช่วยให้ Journey การซื้อของนั้นไร้รอยต่อมากขึ้น สามารถดูรายละเอียดสินค้า เลือกซื้อ สั่งซื้อสินค้า จ่ายเงินและเช็คเอาท์ผ่าน Shopee ได้โดยตรงและทำได้รวดเร็วมากๆ นับเป็นการผสมผสานความสามารถ Discovery Engine ของ Meta เข้ากับฟีเจอร์ E-Commerce ของ Shopee ได้อย่างลงตัว

 

 

สำหรับข้อดีในมุมของธุรกิจหรือคนขายเองนั้น ส่วนใหญ่จะมีร้านอยู่ในทุกๆ แพลตฟอร์มอยู่แล้ว การเชื่อมต่อ catalog ของร้านค้าบนอีคอมเมิร์ซอย่าง  Shopee มายัง Messenger ของ Facebook ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการมองเห็นร้านหรือสินค้าตัวเองเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นฟีเจอร์นี้จะเข้ามาช่วยลดเวลาในการตัดสินใจ ลดความยุ่งยากในการขายจากเดิมที่จะต้องส่งลิงก์ไปยัง Shopee หรือแคปหน้าจอส่งให้ลูกค้า ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียลูกค้าระหว่างการตัดสินใจไปได้ ในขณะที่ร้านค้าบน Shopee เองก็ได้ใช้ฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Performance Solution ในการดึงคนและยกระดับยอดขายให้สูงขึ้น และช่วยลดความภาระในการบริหารออร์เดอร์ในหลายๆ แพลตฟอร์มซ้ำซ้อนกันนั่นเอง

 

 

นอกจากนี้ยังมีสถิติจากการทดสอบจากผู้ลงโฆษณา 33 รายที่เปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างระหว่างการยิงโฆษณาแบบมีและไม่มีฟีเจอร์จาก Shopee พบว่าการใช้ฟีเจอร์โชว์ Catalog Shopee นั้นช่วยลดต้นทุนต่อการการซื้อลงได้ 5.6% อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสถิติจากแบรนด์ Warix แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัญชาติไทยที่ได้ทดลองใช้ฟีเจอร์นี้และช่วยเพิ่มยอดขายทางMessenger ได้มากถึง 100% เลยทีเดียว

 

ยกระดับ Facebook Live ช่องทางไลฟ์สดขายของอันดับ 1 ของไทย

จะเรียกว่าประเทศไทยเป็นผู้สร้างกระแสการ Live ขายของเป็นที่แรกๆ ของโลกก็ว่าได้ตั้งแต่ในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา โดยปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Facebook นั้นเอง และจากสถิติปัจจุบันเทรนด์การ Live ขายของของในบ้านเราก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากสถิติพบว่านักช้อปชาวไทย 7 ใน 10 คนเคยซื้อของผ่าน Live โดยเฉพาะใน Facebook ที่มีนักช้อปเคยชม Live สดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา นับเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมอันดับ 1 ในการซื้อของผ่าน Live ของคนไทยก็ว่าได้

 

 

สำหรับเหตุผลที่คนไทยชอบซื้อของผ่าน Facebook Live ก็เห็นได้จากผลสำรวจที่พบว่า 62% มองว่ามีความสะดวกสามารถทักแชทคุยแบบตัวต่อตัวได้เลยผ่าน Messenger ทันทีและนอกจากนี้ 41% ยังบอกด้วยว่าหากได้รับประสบการณ์คุยแบบตัวต่อตัวที่จะก็มีพร้อมที่จะซื้อของร้านเดิมอีกครั้งในราคาที่แพงขึ้นด้วย

แน่นอนว่า Meta ยังคงพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน Facebook Live อย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดเปิดตัวฟีเจอร์ Live Shopping สามารถให้ผู้ประกอบการสามารถโปรโมทสตรีมสด หรือ Boost Live ได้แล้วเพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานนอกเหนือจากยอด Organic ให้เข้ามารับชมและเพิ่มโอกาสในการขายของได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถ Optimization เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสที่จะซื้อสินค้าของเราได้มากขึ้นด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Purchase Optimization ในการดึงคนที่มีโปรไฟล์ใกล้เคียงกับลูกค้าที่เราเคยปิดการขายไปได้แล้วมากที่สุดเข้ามารับชมเพิ่มได้

 

 

นอกจากการ Boost แล้วระบบ Live Shopping ยังปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานด้วยการจัดการกับ Pain Point ของผู้ซื้อที่บางครั้งพิมพ์ รหัสสินค้าผิด หรือเข้ามาดูไลฟ์ไม่ทันถามหาสินค้าที่ไลฟ์ไปแล้ว ในขณะที่คนกำลังชมต้องการดูสินค้าใหม่ ทาง Meta จึงพัฒนาระบบโดยจับมือร่วมกับพันธมิตรด้านโซลูชั่นและนักพัฒนาไทยอย่าง V Rich, ZWIZ.AI, Kaojao และพันธมิตรอีกหลายบริษัทกลายเป็นระบบชุดเครื่องมือ Live Shopping ที่จะช่วยให้ร้านค้าหรือธุรกิจที่ทำ Live สดสามารถโชว์ Catalog สินค้าระหว่างการ Live ได้แล้วเป็นแก้ Pain Point ของคนซื้อที่บางครั้งจดรหัสสินค้าลำบาก มาไม่ทันไลฟ์ก็สามารถเลือกซื้อจาก Catalog ได้ทันที ในฝั่งผู้ขายเองก็มีความยืดหยุ่นในการบริการจัดการ Catalog ที่จะขึ้นระหว่างไลฟ์ได้สามารถทำสินค้า Highlight สินค้าหรือนำสินค้าบางส่วนขึ้น Catalog บางช่วงเวลา เป็นลูกเล่นเพื่อสร้างยอดขายก็ทำได้ง่ายๆ เรียกว่าแม้จะพูดไม่เก่งก็ Live ขายของได้แล้ว และในปัจจุบันระบบ Live บางครั้งก็ไม่ได้ใช้ปิดการขายอย่างเดียวเท่านั้น ยังสามารถใช้ Live งานกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆเพื่อเก็บ Lead ซึ่งปัจจุบันก็มีแบรนด์ใหญ่ๆ ที่ขายของราคาสูงๆ เช่น รถ หรือบ้านก็สามารถนำระบบการ Live ไปใช้ได้เช่นกัน

 

 

มีกรณีศึกษาล่าสุด โดยร้านค้าแบรนด์ Cutesauce ที่ร่วมทดสอบฟีเจอร์ Live Shopping พร้อมกับทำ Boost Live ด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบ Purchase Optimization โดยทดสอบแบบ A/B เทสต์แบ่งระหว่างกลุ่มที่ Live ขายของแบบเดิม กับกลุ่มที่มีฟีเจอร์ใหม่ซึ่งพบว่าการ Live บนฟีเจอร์ใหม่นั้นชนะแบบขาดลอยเพราะสามารถดึงคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้ที่จะซื้อสินค้าได้มากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ยอดขายเพิ่มขึ้น 7 เท่า เลยทีเดียว

 

AI for Business โต้ตอบภาษาไทยอย่างเป็นธรรมชาติ

อีกพัฒนาการสำคัญจาก Meta ที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มก็คือการใช้ AI เข้ามายกระดับธุรกิจโดยก่อนหน้านี้ AI ถูกนำเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณาให้ยกระดับขึ้นด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้โฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสที่จะซื้อสินค้าหรือสร้าง Conversion ได้มากขึ้นโดยเฉพาะข้อมูลในไตรมาสที่ 4 ในปี 2022 หลังจากมีการนำ AI เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาพบว่า Conversion เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่หรือ CPA ยังลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนหรือ ROI ในการลงโฆษณาเพิ่มขึ้น

ล่าสุด Meta ก็กำลังจะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการสื่อสารธุรกิจด้วย โดยมี Llama 3 โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง Meta AI ที่หลายๆแพลตฟอร์มของ Meta เริ่มเปิดให้ใช้กับคนทั่วไปแล้วก่อนหน้านี้ สำหรับ Llama 3 เป็นโมเดลภาษาของ Meta ที่ทรงพลังและมีการพัฒนาแบบ open source สามารถตอบโต้ด้วยภาษามนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และแน่นอนว่า Llama 3 ก็จะนำมาใช้เพื่อยกระดับธุรกิจด้วยโดยเฉพาะกับการสื่อสารด้วย Messenger

 

 

โดยในงาน Meta Business Messaging Summit 2024 ที่เพิ่งผ่านไป Meta ประกาศว่าอยู่ระหว่างการพัฒนา AI for Business Messaging ที่รองรับภาษาไทยอยู่ มีความสามารถในการเรียนรู้ข้อมูลธุรกิจ เรียนรู้สินค้าใน Catalog  โปรโมชั่นต่างๆ และ AI สามารถตอบคำถาม ส่ง Catalog สินค้าแทนเจ้าของธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่ายกระดับไปมากกว่า Chatbot ที่เราคุ้นเคยไปอีกขั้น และนั่นยังไม่นับรวมถึงความสามารถในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพที่จะดึงเข้ามาเป็นลูกค้าเพิ่มขึ้นได้ด้วย

 

ทั้งหมดนี้คือบางส่วนของฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถนำมายกระดับธุรกิจเพิ่มยอดขายที่ทาง Meta ประกาศในงาน งาน Meta Business Messaging Summit เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเท่านั้นเพราะนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆที่จะช่วยบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Leads Center มีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Follow-up Message เพื่อคุยกับลูกค้าที่หายไปให้กับมาสนในแบรนด์อีกครั้งได้รวมไปถึงการพัฒนาโมเดลในการยิงโฆษณาแบบ Purchase Optimization ที่ยิงตรงกลุ่มเป้าหมายแบบเดียวกับลูกค้าที่เคยปิดการขายไปแล้วได้ ลดต้นทุนต่อการซื้อลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากใครสนใจสามารถติดตามข้อมูลของ Meta เกี่ยวกับการสนับสนุนด้านธุรกิจได้ที่ ที่ https://www.facebook.com/MetaTH และ Broadcast Channel รวมถึงสามารถติดตามเพจ Meta for Business เพื่อรับชมข้อมูลจากคลิปย้อนหลังงาน Meta Business Thailand Summit ได้ที่  https://www.facebook.com/MetaforBusinessAPAC?locale=th_TH

 


  • 535
  •  
  •  
  •  
  •