TikTok ไพ่ตายของสหรัฐฯ หรือทางออกของจีนเพื่อเลี่ยงผลกระทบกำแพงภาษี

  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  

ขณะที่ทั่วโลกกำลังตกใจกับการตัดสินใจของ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการขึ้นภาษีสินค้านำเข้ากับประเทศทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกของทุกประเทศทั่วโลกที่ไปยังตลาดสหรัฐฯ รวมถึงประเทศไทย แน่นอนว่าด้วยความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ จีนที่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามสหรัฐฯ ถูกตั้งกำแพงภาษีมากกว่า 50% แต่ก็เหมือนสหรัฐฯ จะเปิดช่องว่างให้มีทางออกเล็กน้อยสำหรับจีน

ซึ่งทางออกนั้นมาในชื่อ “TikTok” ที่ดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ โดยล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขยายเวลาให้ TikTok ค้นหาผู้ซื้อรายใหม่ที่ไม่ใช่ชาวจีนออกไปอีก 75 วัน ทำให้กำหนดเส้นตายถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 19 มิถุนายน และหากยังหาผู้ซื้อรายใหม่ที่ไม่ใช่ชาวจีน (หรือเข้าใจง่ายๆ ถ้าไม่มีผู้ซื้อรายใหม่ที่เป็นชาวอเมริกัน) ก็จะถูกบังคับให้ยุติการให้บริการในสหรัฐฯ

โดยเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งให้ TikTok แยกตัวออกจาก ByteDance ที่มีเจ้าของเป็นชาวจีน ไม่เช่นนั้น TikTok จะถูกปิดตัวลงในสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ยืนกรานว่า สหรัฐฯ กำลังจะบรรลุข้อตกลงในการหาผู้ซื้อ TikTok และไม่ให้แอปฯ ต้องปิดตัวลง ซึ่งจะต้องมีนักลงทุนหลายรายเข้าร่วม

Photo Credit: Japan Today

เหตุผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ จริงจังกับการดำเนินการ TikTok ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะ TikTok เป็นแอปแชร์วิดีโอที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและมีผู้ใช้ในอเมริกามากกว่า 170 ล้านคน นอกจากนี้ TikTok ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นเยาวชนจำนวนมากหันมาสนับสนุนทรัมป์ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

“เราไม่ต้องการให้ TikTok ปิดตัวลง แต่เราหวังว่าจะได้ร่วมงานกับ TikTok และจีนเพื่อจบดีลนี้ ซึ่งตอนนี้ได้รวมรวมนักลงทุนที่มีความสนใจเข้าซื้อ TikTok ได้จำนวนมาก” ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังเสริมอีกว่า “สหรัฐฯ อาจตัดสินใจลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนลงได้ หากทางปักกิ่งอนุญาตให้ ByteDance ซึ่งเป็นเจ้าของ TikTok ชาวจีน ขายกิจการแอปแชร์วิดีโอยอดนิยม เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบนในสหรัฐฯ”

เมื่อลองวิเคราะห์ หากกรณี TikTok ได้เจ้าของใหม่ที่ไม่ใช่ชาวจีน TikTok จะยังคงดำเนินกิจการในสหรัฐฯ ได้ต่อไป แต่ก็อาจไม่ชัดเจนว่า อัลกอริทึมของ TikTok จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของ ByteDance หรือไม่ ซึ่งอาจเป็นปัญหาต่อความกังวลของประธานาธิบดีทรัมป์

ในทางตรงข้าม หาก TikTok ถูกแบนในสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ชาวอเมริกันกว่า 170 ล้านคน และยังอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนให้มีรอยร้าวมากขึ้นกว่าเดิม

 

Source: Financial TimesJapan Today


  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา