หลาย ๆ คนคงมีประสบการณ์ที่นึกถึงโฆษณาที่จำได้ชัด ๆ ได้ แม้ว่าบางทีอาจไม่ใช่โฆษณาที่สร้างสรรค์ที่สุด แต่ดันกลับจำได้ นั้นเป็นเพราะความถี่จำนวนครั้งที่เห็นโฆษณานั้น ๆ และจำนวนความถี่ที่เหมาะสมนั้นคือ 7 และนี่คือ กฎแห่ง 7: ทฤษฎีการตลาดที่ว่า ลูกค้าต้องเห็น Content อย่างน้อย 7 ครั้ง จึงจะเกิดการลงมือ เช่น เข้าเว็บหรือซื้อของ ยิ่งลูกค้าเจอสิ่งเดิมซ้ำ ๆ เท่าไหร่ ก็จะยิ่ง “คุ้นเคย” และ “ไว้ใจ” แบรนด์มากขึ้น สุดท้ายจะจดจำและอยากมีปฏิสัมพันธ์ได้ง่าย
ในกรณีที่ปล่อย Content ลงบน social แบบตามธรรมชาติหรือ organic post ด้วย Algorithm platform อาจจะทำให้กลุ่มเป้าหมายบางคนเห็นแค่ 1–2 ครั้ง (หรือน้อยกว่านั้น) — ซึ่งแทบไม่เพียงพอต่อการสร้าง “การจดจำ” และด้วยผลวิจัยของ Meta ก็ชี้ชัดว่า ผู้บริโภคที่มี Multiple Touchpoints มีโอกาสซื้อสูงกว่าคนที่เจอเพียง Touchpoint เดียวถึง 2.5 เท่า
ดังนั้นสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคเห็นคอนเทนต์ได้ครบ “7 ครั้ง” จึงมีความสำคัญอย่างมาก ในการที่จะสร้างโอกาสในการครองใจกลุ่มลูกค้าเอาไว้ได้ ด้วยการเอา Content ไปดันหลายจุด ก็นับเป็นจุดเริ่มที่ดี แต่ถ้าทำอย่างมีกลยุทธ์ ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิผลใน Marketing Funnel ได้อีกเยอะ
- Retargeting คือ “สูตรที่จะทำให้การเห็นเพิ่มขึ้น 7 ครั้ง ปกตินักการตลาดหลาย ๆ คนจะใช้วิธีการ “Boost Ads” เป็นวิธีเพิ่มความถี่ให้ลูกค้าเห็นโฆษณาได้ 7 ครั้ง แต่ยังมีวิธีที่ดีกว่านั้นคือการแสดงโฆษณาเจาะจงให้เฉพาะคนที่มีความสนใจอยู่แล้ว
- Retargeting คือการทำโฆษณาให้เห็นเฉพาะกลุ่มที่แสดงความสนใจในแบรนด์มาก่อน เช่น กดไลก์หรือเคยเข้าเว็บของคุณ
- ระบบโฆษณาจะ “จำ” คนพวกนี้ไว้ว่าเป็นลีดที่สนใจสูง แล้วใช้เงินโฆษณาคุณยิงไปยังกลุ่มนี้เป็นหลัก
ข้อดี: ไม่ต้องเปลี่ยนทุกคนบนโลกให้เป็นลูกค้า — แค่เปลี่ยนคนที่มีแนวโน้มดีที่สุดก็พอ
ยิ่งไปกว่านั้น Retargeting มีในทุก Platform ใหญ่ ๆ ดังนั้นสามารถเริ่มทำได้ทันทีโดยไม่ยาก
- ดึงพลัง “บุคคลที่สามมาช่วยบอก” (Third-Party Endorsements) ด้วยการใช้ Influencer Marketing นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังสำคัญต่อการทำ “กฎแห่ง 7” เพราะ
- เป็นอีก Touchpoint ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบางส่วนที่ Ads หรือ Content ที่ทำปกติอาจพลาดเป้าไปโดยไม่ได้แสดงผลต่อกลุ่มนี้
- แถมยังมีด้วยการใช้ 3 Party Endorsement นั้นจะส่งผลเหมือน Word of Mouth และสร้าง Social Proof อีกทำให้น่าเชื่อถือกว่าที่แบรนด์พูดเอง
วิธีการที่ดีในการเลือกใช้ Influencer จะต้องมีวิธีการเหล่านี้
- เลือก Influencer ที่มีคาแรกเตอร์คล้ายแบรนด์ ให้เลือกจากคุณภาพมากกว่าปริมาณ
- อย่า “ขายเกิน” ใน Sponsor Content
- ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเลือก Influencer คนไหนดี ลองใช้แพลตฟอร์ม Influencer ในการช่วยเลือกชึ้นมา
- “Repurpose” คือหัวใจของนักการตลาดสายฉลาด เพราะจะ “ใช้ซ้ำ” ให้ได้มากสุด พร้อมเสริมด้วยการกระจายการโพสต์ในช่องทางต่าง ๆ ด้วยการทำ Repurpose ทุกอย่าง ด้วยการทำให้ Content นั้น มีหลายรูปแบบได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะเจาะกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ กันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น:
- ตัดเป็นคลิปสั้น ๆ, ทำ Infographic, แปลงเป็นบทความสั้น ๆ และอื่น ๆ เป็นการเพิ่ม Content ในรูปแบบต่าง ๆ จะสามารถจับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ กันได้ และสร้าง Touchpoint ให้มากขึ้น
ข้อดีคือกลุ่มคนที่พลาดจากโพสต์ครั้งแรก อาจเจอจากครั้งอื่นแทน และทำให้เข้าใกล้ “กฎแห่ง 7” มากขึ้นไปอีก
การทำให้ลูกค้าคุณเห็นคอนเทนต์สัก 7 ครั้ง คือกุญแจการตลาดที่ทรงพลัง อาจไม่จำเป็นต้องเป็น 7 จุด Touchpoint เสมอไป แต่อาจจะเป็น 7 ช่วงเวลา, 7 สถานที่, หรือ 7 วิธีนำเสนอ ด้วย“กฎแห่ง 7” คือหัวใจของ “การทำให้คนจำแบรนด์” และกระตุ้นให้เกิดการกระทำ เมื่อเข้าใจและนำไปใช้กลยุทธ์อย่างถูกต้อง โอกาสเปลี่ยนว่าที่ลูกค้าเป็นผู้ซื้อก็จะยิ่งสูงขึ้น!