ไม่ว่าจะมีเครื่องมือดีแค่ไหน แผนการเป็นเลิศก็ตาม หรือจะมีเอเจนซี่เทพ งบประมาณมหาศาลแค่ไหน ก็ไม่สามารถช่วยการตลาดคุณให้ประสบความสำเร็จได้ ถ้าแผนกหรือทีมการตลาดของคุณนั้นยังทำงานแบบไร้ประสิทธิภาพ หรือไม่มีกระบวนการทำงานที่ดีออกมา การสื่อสารที่ไร้จุดมุ่งหมายหรือไม่สื่อสารกันในทีม การไม่รู้เป้าหมายในการทำงาน เปลี่ยนเป้าไปมา สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่อนทำลายการทำงานของคุณทั้งสิ้น
ทั้งนี้ตากการทำการสำรวจของ Social Marketing Fella 67 ของนักการตลาดบอกว่า แผนกการตลาดของตัวเองนั้นไร้ประสิทธิภาพอย่างมาก และไม่สามารถทำงานให้เกิดผลดังที่คาดการณ์หรือวางเป้าเอาไว้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ อาจจะมีสาเหตุมาจาก 5 ข้อนี้ที่ทำให้การตลาดของคุณเจอกำแพงเข้าไป
1. ทำงานแบบ Silos
มันง่ายมากที่ทีมคุฯจะทำงานแบบโฟกัสสุด ๆ ในโครงการของตัวเองและคิดว่าทีมตัวเองทำงานได้ดีแล้วด้วย แต่ปรากฏว่าทีมการตลาดของคุณนั้นยังติดทำงานเชื่อมต่อกับแผนกต่าง ๆ หรือรอข้อมูลแผนกต่าง ๆ มาเพื่อให้ทำงานต่อและจากแผนกคุณก็ส่งต่องานไปเรื่อย ๆ หรืองานของแผนกคุณก็ต้องขึ้นกับแผนกอื่นๆ อีกด้วย ไม่ใช่แผนกคุณที่ควบคุมทุกอย่างได้ขึ้นมา ปัญหามันจะไม่เกิดเลยถ้าทุกคนในทุก ๆ แผนกที่รับผิดชอบงานเดียวกันนั้นมีเป้าหมายสุดยอดเดียวกัน
แต่สิ่งที่เจอคือต่างแผนก หรือเจาะลึกเข้าไปอีกในลายบุคคลก็มี KPI ของตัวเองหรือเป้าหมายที่ตัวเองต้องทำ ดังนั้นทุกคนต่างก็ต้องเห็นแก่ตัวทำเฉพาะเป้าหมายของตัวเองให้ได้ก่อน งานคนอื่นหรือคนอื่นจะทำงานยากอย่างไรก็ไม่สน หรือในบางครั้งก็เจอสภาพแก่งแย่งชิงดี ทำงานแย่งเอาหน้ากัน ทำให้แทนที่การตลาดขององค์กรจะต้องไปแข่งกับคนอื่น ก็ต้องมาแข่งหรือต่อสู้กันเองภายในองค์กรนั้นเอง
2. ไม่มีการ Tracking
ทีมงานการตลาดของคุณ ทำการตลาดไปตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมให้ร่วมสนุกต่าง ๆ ทำโปรโมชั่นสินค้า ทำการส่ง Email Marketing ออกไป ทำ social media บทความ และอื่น ๆ อีกมากมาย ปรากฏว่าที่ทำไปทั้งหมดนั้นไม่ได้ทำการวัดผลเลยว่า ทำแล้วเป็นอย่างไร หรือติดตามผลว่าเป็นอย่างไร ทำให้ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ทำไป อันไหนได้ผลไม่ได้ผล
การทำงานแบบไม่ได้ติดตามผลการทำงานนี้ เรียกได้ว่ายิงปืนในที่มืดเลยทีเดียว ซึ่งการที่ต้องรู้ว่าอะไรได้ผลนั้นจะช่วยทำให้คุณสามารถมุ่งเป้าลงงบประมาณและแรงไปทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ และสามารถช่วยการตลาดของคุณให้ได้ดีขึ้นมาเลยทีเดียว
3. ทำงานแบบไม่มีเครื่องมือหรือไม่ได้ใช่เครื่องมือช่วย
เคยไหมที่ต้องมานั่งทำงานอย่างใด อย่างหนึ่งเป็นเวลานานแสนนาน แต่ถ้าใช้เครื่องมือนั้นก็สามารถทำเสร็จได้ในระยะเวลาเพียงแป๊บเดียว ถ้านี้กำลังเกิดกับทีมงานคุณที่ต้องมานั่งทำงานงานหนึ่งที่ใช้เวลานานแทนที่จะใช้เครื่องมือทำไป คุณอาจกำลังทั้งเสียทรัพยาการทีมงานที่ไม่ควรมาทำงานนั้นและเสียเวลาในการให้ได้งานอื่นออกไปอีก
ลองดูว่างานแบบไหนที่คุณสามารถใช้เครื่องมือช่วยได้ ย่นระยะเวลาและลดแรงคนทำงาน เพื่อให้เอาคนทำงานไปทำงานอื่นที่สำคัญมากกว่า หรือจำเป็นต้องใช้คนทำงานมากกว่า แทนที่จะให้คนเหล่านี้มานั่งทำงานที่ไม่สมควรทำ
4. ใส่ใจในปริมาณก่อน
บ่อย ๆ ครั้งที่ทีมงานการตลาดคุณนั้น ต้องรับผิดชอบการสร้างการตลาดอันมากมาย ไม่ว่าจะ Traditional หรือ Digital marketing สิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณกลัวว่าจะพลาดที่จะไม่ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือกลัวเก็บทุกอย่างไม่หมด ทำให้คุณนั้นพยายามทำทุกอย่างออกมาให้มากที่สุด เช่นโพส social media ถี่ ทำ Ads ที่มี Frequency สูง ๆ แต่เอาเข้าจริงแล้วปริมาณนั้นไม่ได้หมายความว่าดี
การยิงปืนกลมากมาย แต่ยิงไม่ถูกเลยหรือถูกน้อยนั้นไร้ค่าอย่างมาก เปรียบได้กับการตลาดคุณที่ทำงานกวาดออกไปทั้งหมด แต่ไม่โดนกลุ่มเป้าหมายเลย แทนที่จะยิงแบบสไนเปอร์ 1 กระสุน 1 คน มีคุณภาพในการทำงาน ทำให้การตลาดนั้นแม่นยำ และลงแรงน้อย แต่ได้ผลเยอะออกมาด้วย
5. ไม่เลือกเครื่องมือให้ฉลาด
หลาย ๆ ครั้งนักการตลาดนั้นกลัวพลาดก็เลยพยายามใช้ทุกเครื่องมือที่มีทั้งหมดออกมา โดยเฉพาะ Social Media แต่ปรากฏว่าไม่มีทีมดูแล ขาดงบประมาณ หรือพยายามใข้เพราะกระแสเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือการทำงานเหล่านั้นเมื่อคุณไม่มีทรัพยากรที่จะลงทุนไปให้เพียงพอ ก็จะทำใหได้งานที่ไร้คุณภาพออกมาในช่องทางที่กระจัดกระจายเหล่านั้น หรือถ้าคุณใช้ตาม ๆ คนอื่นที่ทำตามกระแส ก็เป็นไปได้ว่าช่องทางที่ทำตามกระแสนั้นเป็นช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายของนักการตลาดอยู่จริง ๆ รึเปล่า
ทั้งนี้สิ่งที่ทีมการตลาดควรทำ คือการมาพิจารณาว่า Platform หรือเครื่องมือไหนที่จะเหมาะกับตัวเองให้ได้มากที่สุด หรือถ้าจะเป็นต้องทำทุกอัน ก็ต้องเลือกว่าอันไหนจะเป็น Priority หลัก และอันไหนจะทำงานเสริมกันอย่างไรให้ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดออกมา อย่าสักแต่ทำทั้งหมด แต่ไม่มีคุณภาพเลย