
https://www.cbp.gov/newsroom/photo-gallery/apc-and-global-entry-kiosks#
เมื่อก่อนเราอาจเห็นเทคโนโลยีสุดไฮเทคจากภาพยนตร์แล้วได้แต่มองว่าฉลาดล้ำสุดๆ แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในซีรีส์หรือจอภาพยนตร์ กลายเป็นเรื่องจริงได้แล้ว ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีในจินตนาการอีกต่อไป เช่นเดียวกับเรื่องนี้
เราอาจเคยได้ยินว่า Biometrics (ไบโอแมทริกซ์) ถูกนำมาใช้กับการปลดล็อกสมาร์ทโฟนเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน เช่น จดจำใบหน้า สแกนม่านตา หรือจำลายนิ้วมือ แต่วันนี้ สหรัฐอเมริกา ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาใช้งานกับการรักษาความปลอดภัย แถมเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Biometrics ยังกลายเป็นฮีโร่จับผู้ร้ายคาสนามบินอีกด้วย
เรื่องดังกล่าว เริ่มต้นจากการที่สนามบินในสหรัฐอเมริกานำเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยด้วยระบบตรวจลักษณะทางชีวภาพมาใช้เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมี 14 สนามบินทั่วสหรัฐฯ รวมถึงสนามบินนานาชาติดัลเลส ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งใช้เทคโนโลยีประเภทดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม แค่ 2-3 วันให้หลังก็สามารถจับคนร้ายรายแรกได้ทันที

โดยหนุ่มดวงซวยผู้แพ้ทางให้เทคโนโลยี Biometrics ของสนามบินดัลเลสเป็นรายแรก คือ นักท่องเที่ยว ซึ่งระบบตรวจจับข้อมูลได้ว่าใบหน้าของเขาไม่ตรงกับฐานข้อมูลหนังสือเดินทาง เรื่องนี้ทำให้นักท่องเที่ยวชายวัย 26 ปีดังกล่าว ซึ่งเดินทางมาจากเซาเปาโล ประเทศบราซิล พร้อมกับพาสปอร์ตฝรั่งเศส ต้องถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในทันที แถมเมื่อทำการค้นตัวก็ยังพบบัตรประชาชนประจำสาธารณรัฐคองโกซ่อนอยู่ในรองเท้าของเขาอีกด้วย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำประโยชน์ของ Biometrics ว่า สามารถลดเวลาในกระบวนการตรวจสอบได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำถึง 99% ทีเดียว ทำให้สหรัฐฯ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องประเทศจากภัยคุกคาม โดยเฉพาะผู้ก่อการร้ายและอาชญากรต่อเนื่องที่พยายามแฝงตัวเข้าสู่สหรัฐฯ ด้วยการปลอมแปลงเอกสารหรือขโมยเอกสารจริงของคนอื่นมาสวมรอย ทำให้ สหรัฐฯ ต้องการเร่งติดตั้งอุปกรณ์ Biometrics กระจายอยู่ทุกสนามบิน ภายใน 4 ปีนี้อีกด้วย
ที่มา : wtnh, digitaltrends