[ข่าวประชาสัมพันธ์]
ซึ่งรวมถึงกิจกรรม Vivo Super Fan Photographers ให้แฟนๆได้สัมผัสช่วงอุ่นเครื่องของนักฟุตบอลแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่นเดียวกันกับโปรเจค Vivo Super Time ที่จะยกระดับประสบการณ์ของแฟนๆ ในการรับชมฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศให้พิเศษกว่าที่เคย
My Time, My FIFA World Cup
ซึ่งจุดประสงค์หลักของแคมเปญนี้คือสนับสนุนความเชื่อที่ว่าทุกคนสามารถเป็นคนพิเศษได้และเพื่อให้คนบนโลกได้มีช่วงเวลาพิเศษที่สุดในชีวิตของพวกเขา ด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจากทาง Vivo เราหวังที่จะมอบสิทธิพิเศษให้ผู้ชมก้าวไปไกลกว่าการเป็นแค่ผู้ชมฟุตบอลโลกแบบธรรมดา แต่เราผลักดันให้ผู้ชมกลายเป็นส่วนหนึ่ง เป็นผู้สร้างช่วงเวลาสุดแสนพิเศษ เกิดการแบ่งปัน และเป็นที่จดจำตลอดไป
คุณเติ้งลี่ ตัวแทนผู้บริหารจาก Vivo ได้กล่าวไว้ในงานเปิดตัวว่า “ ‘Camera & Music’ ไม่ใช่เพียงแค่การบ่งบอกตัวตนส่วนหนึ่งของแบรนด์ Vivo แต่ยังมีอีกถึงสองปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้คนสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งเก็บภาพสุดประทับใจและแบ่งปันช่วงเวลาสุดพิเศษผ่านสมาร์ทโฟนของพวกเขา และในฟุตบอลโลกปีนี้ Vivo ได้นำองค์ประกอบทั้งสองและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจะให้แฟนๆเข้าถึง “My Time, My FIFA World Cup” ได้อย่างเต็มประสบการณ์
Vivo Super Fan Photographers
Vivo แถลงข่าวกิจกรรม Vivo Super Fan Photographers ซึ่งเป็นการสรรหาคัดเลือกแฟนบอล ผู้บริโภคและแขกรับเชิญพิเศษที่หลงใหลในการถ่ายภาพและฟุตบอลเพื่อเข้าร่วมฟุตบอลโลก 2018 และฟุตบอลโลกปี 2022 กับช่วงเวลาสุดพิเศษแบบใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ผู้ชนะฟุตบอลโลกปี1994 ตำนานฟุตบอลบราซิล Bebeto และอดีตนักฟุตบอลชาวดัตซ์ Ballon d’Or ผู้ชนะปี1987 และ Ruud Gullit ได้สร้างปรากฎการณ์สุดพิเศษโดยการเซ็นสัญญาตอบรับเข้าร่วมเป็นตัวแทนในกิจกรรม Vivo Super Fan Photographers ซึ่ง Bebeto กล่าวว่า ” ช่วงเวลาที่ดีที่สุดและมีค่ากับผมมากคือช่วงที่ ผมทำประตูให้กับทีมตอนช่วงฟุตบอลโลก ปี1994 ซึ่งประตูนั้นผมได้ทำให้กับลูกชายที่เพิ่งเกิดของผม ผมตั้งตารอกิจกรรม Vivo Super Fans และพร้อมที่จะเก็บภาพและแบ่งปันช่วงเวลาพิเศษของการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้กับให้กับโลกได้เห็น ” Gullit กล่าวว่า “คะแนนสะสมระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 1990 ถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดของฉัน คุณจะได้พบกับผู้เล่นฝีมือระดับโปรมากมายที่มานั่งคุยแลกเปลี่ยนกัน ทุกๆคน ณ ที่นั้นคงคิดเหมือนกับผมว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน ”
ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียครั้งนี้ มีกิจกรรม Vivo Super Fan Photographers ซึ่งนำผู้ที่เป็นแฟนฟุตบอลตัวยงแล้วยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงกว้างที่ทุกคนต้องรู้จัก อาทิ คนดังบนโลกโซเชียล ผู้นำสื่อที่มีอิทธิพลในสังคม กระทั่งสื่อมวลชนและดาราดังทั่วโลก โดยก่อนการแข่งขันแต่ละครั้งในกิจกรรมนี้ คนดังจะได้รับสมาร์ทโฟน Vivo ซึ่งได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าไปในสนามแข่งขัน เพื่อเก็บภาพบรรยากาศสุดพิเศษเช่นเกมอุ่นเครื่องก่อนการแข่งขันและแบ่งปันให้กับแฟนๆทั่วโลก
คุณเติ้งกล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดตัวกิจกรรมนี้พร้อมกับงานของฟุตบอลโลก และเราคาดหวังว่าจะได้แบ่งปันนวัตกรรมล่าสุดของผลิตภัณฑ์ของเรากับ Vivo Super Fan Photographers เพิ่มขีดความสามารถในการถ่ายภาพและแบ่งปันช่วงเวลาพิเศษให้กับโลก ในฐานะที่ Vivo เป็นผู้สนับสนุนฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เราต้องการนำการมีส่วนร่วมของแฟน ๆ ไปสู่อีกระดับเพื่อให้แฟนๆได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
มหกรรมดนตรี Vivo Super Time
ในฐานะที่ Vivo เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Vivo พร้อมเปิดตัวโครงการ Vivo Super Time มหกรรมดนตรีที่จะรวบรวมดนตรีทุกแนวภายใต้คอนเซปเดียวกันตลอดทั้งช่วงการแข่งขัน โดยทาง Vivo รวบรวมดีเจระดับโลกที่จะมาแสดงทั้งหมด 64 รอบการแข่งขัน เพื่อเป็นการกระชับมิตรกันของแฟนฟุตบอลและคนที่รักในเสียงเพลงทั่วโลก
ในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ จะเป็นครั้งแรกที่ FIFA ได้เชิญสปอนเซอร์มาเข้าร่วมสร้างสรรค์และนำเสนอประสบการณ์เพลงสุดพิเศษ ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ FIFA World Cup ช่วง FIFA World Cup Final Match Show.
คุณเติ้งยังเสริมอีกว่า โปรเจคช่วงเวลาสุดพิเศษของ Vivo ในครั้งนี้ มีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันสร้างช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลกอีกด้วย
นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับฟีฟ่า Vivo ยังได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ Vivo V9 Blue Limited Edition 2018 FIFA World Cup Russia™ ซึ่งขับเคลื่อนโดยหน่วยประมวลผล 626 octa-core Qualcomm Snapdragon กับ 4GB RAM และ Android 8.1 OS รุ่นล่าสุด ทั้งยังมีจอแสดงผล Fullview ™ Display ที่มีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องมากถึง 90% ทำให้ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์การใช้งานฟังก์ชั่นหลายหน้าจอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นอกเหนือจากนี้ยังมีสมาร์ทโฟนรุ่น Vivo Limited Edition ที่จะได้รับการจัดแสดงที่ Home of FIFA ที่ซูริคประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ได้เข้าร่วมอยู่ในผลงานสะสมอันทรงเกียรติและของที่ระลึกที่ เป็นการจัดแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของฟุตบอลสู่วัฒนธรรมโลก
ranck Guignery หัวหน้าฝ่ายขายของฟีฟ่ากล่าวเสริมว่า “นอกจากการช่วยทำให้การแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับแฟน ๆ ในรูปแบบที่สร้างสรรค์แล้ว Vivo ยังนำมาซึ่งจิตวิญญาณและความหลงใหลของเยาวชน ในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ใกล้จะมาถึง เรากำลังมองถึงการสร้างประสบการณ์ความทรงจำที่น่าจดจำสำหรับผู้คนทั่วโลกไปพร้อมกัน ”
ในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่กำหนดเกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว Vivo จึงได้เซ็นต์สัญญาให้การสนับสนุนฟุตบอลโลกเป็นระยะเวลา 6 ปี ในปี2017 ซึ่งจะเริ่มดำเนินการจนถึงปี 2022 ซึ่งรวมถึงการให้การสนับสนุนฟุตบอลโลกในปี 2018 และ 2022
[ข่าวประชาสัมพันธ์]