“ขยันทำงานหนักๆเข้าไว้นะ โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคนและประสบความสำเร็จ” นี่คือสิ่งที่ทุกคนถูกสอนมานานหลายทศวรรษแล้ว แต่นี่เป็นหนทางสู่ความสำเร็จและความสุขจริงๆหรือ? หลายคนเลือกที่จะเชื่อคำสอนนี้ แต่ต่อมาเมื่อตัวเองรู้ว่าหน้าที่การงานยุ่งๆไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ฉะนั้นนี่คือ 10 บทเรียนที่เราต้องจำใส่ใจก่อนจะสายเกินไป!
1. ชีวิตมันสั้น ใช้ซะ!
ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะทนอยู่กับงานที่เราไม่รัก เจ้านายใจร้าย กับบริษัทไร้จิตวิญญาน หลายคนพยายามโน้มน้าวตัวเองว่าตัวเองทนกับงานเดิมได้ตราบเท่าที่ตัวเองต้องมีเงินไว้กินไว้ใช้ งานใหม่ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ แต่ความจริงก็คือ เราไม่มีวันรู้เลยว่าเราจะมีชีวิตไปอีกนานแค่ไหน เราเสียเวลากับช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกหดหู่สิ้นหวังเสียใจมากเกินไปแล้ว ฉะนั้นลุกออกมาจากชีวิตแบบนี้เสียที ให้เวลาดีๆกับตัวเองบ้าง
2. รู้จักสร้างเครือข่ายบ้าง
เราอาจจะคิดว่างานเข้าสังคมรู้จักคนมากหน้าหลายตาเป็นเรื่องไม่เข้าท่าและน่าเบื่อพอๆกับการคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือไม่ก็คุณเกิดมาเป็นพวกเก็บตัว แต่เชื่อเถอะว่างานเข้าสังคมเป็นตัวพลิกชีวิตให้ชีวิตเราประสบความสำเร็ได้เลย ความจริงแล้วคนที่ประสบความสำเร็จหลายๆคนมีเครือข่ายสังคม รู้จักคนมากมาย ยิ่งคุณให้เวลาทุ่มแรงกายแรงใจรู้จักเพื่อนเยอะ ความสำเร็จอาจอยู่แค่เอื้อม
3. ไม่คุ้ม! เอาสุขภาพไปแลกกับเงินและความสำเร็จ
คนที่ผลักตัวเองสู่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จัดการเวลาให้ทั้งงานและชีวิตสมดุลกันลำบาก งานที่เยอะจัดกับความเครียดที่ถาโถมทำให้สุขภาพย่ำแย่ จะดีกว่าหรือไม่หากเรามีสุขภาพที่ดีตั้งแต่ตั้น ไม่ต้องเอาเงินที่หาได้มารักษาโรค ไม่มีความสำเร็จหรือเงินมากขนาดไหนที่จะมาแทนที่สุขภาพที่ดีของเราได้ อย่าละเลยสุขภาพ อย่าปล่อยให้ความเครียดทำร้ายเราภายหลัง
4. ช่วงเวลาที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นในหน้าจอสี่เหลี่ยม
ในโลกที่พวกเราเชื่อมต่อกัน เราปล่อยให้หน้าจอสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ ทีวีมาบงการชีวิตของเรามากพอหรือยัง? แต่เราก็ยังไม่หยุด ยังแอบเช็คอีเมลบนมือถือ วางมันลงแล้วไปใช้ชีวิต ไปเจอของจริงได้แล้ว
5. อย่าหยุดเรียนรู้
ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดเร็วขึ้นทุกวันๆ ถ้าคุณหยุดเรียนรู้ ไม่ช้าก็เร็วคุณถูกทิ้งท้ายแน่ๆ อย่าหยุดเรียนรู้ ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไร่ก็ตาม เชื่อเถอะสิ่งที่เราลงทุนเรียนรู้นั้นคุ้มค่า ไม่มีวันเสียใจภายหลังแน่นอน
6. สนใจและลองทำสิ่งใหม่ๆ
เพราะถ้ายังยึดติดกัยสิ่งที่เรารู้และถนัดอยู่แล้ว เราจะรู้ว่าเราเก่งอยู่อย่างเดียว ฉะนั้นเราต้องหันมาสนใจหลายๆอย่างให้มากกว่านี้และเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเราอาจะติดแหง่กอยู่กับงานที่เราไม่ชอบก็ได้ ดูอย่างคนขับแท็กซี่ที่ถูกอูเบอร์แทนที่ หรือบริการลูกค้าที่ถูกแทนที่ด้วยแชทบอทสิ
7. ไปคนเดียวไปได้ไกล แต่ไปด้วยกันไปไกลกว่า
จะทำงานใหญ่ให้สำเร็จ ต้องทำงานเป็นทีม หลายคนไม่ชอบทำงานร่วมกับคนอื่น แต่ความสามารถในการทำงานเป็นทีมได้ดีเป็นอีกกุญแจสู่ความสำเร็จ ไม่มีฝันใหญ่ไหนที่สำเร็จโดยไม่มีทีมหรอก
8. กังวลไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น
แต่ต้องเร่งลงมือทำถึงจะช่วยขจัดความกลัวและกังวลได้ คุณไม่บรรลุเป้าหมายหรอก ถ้ามัวแต่กลัวที่จะคิด ที่จะพูด หรือกังวลว่าใครจะคิดอย่างไรกับเรา ถ้าเราเลิกกลัวเลิกกังวลและลุกขึ้นลงมือทำอะไรสักอย่าง เราก็จะรู้เองว่าไม่มีอะไรให้น่ากังวลเลย
9. ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ
ตราบใดที่เรายังไม่ยอมแพ้ ก็ยังไม่แพ้หรอก เราจะไม่ไม่วันเรียนรู้ หากเรายอมแพ้เมื่อล้มเหลว พลิกความผิดพลาดเป็นโอกาส เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ถ้าทำได้ เราก็พร้อมที่จะลองอีกครั้งไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะสำเร็จในที่สุด
10. ความสุขก็ไม่ใช่เส้นชัยเช่นกัน
ทว่าความสุขเป็นการเดินทาง หลายคนคิดว่าถ้าตัวเองได้งานนั้น ถ้าตัวเองลดน้ำหนักได้ ถ้าเราได้คบหาดูใจกับใคร ฯลฯ ตัวเองคงมีความสุข แต่เราเลือกที่จะมีความสุขได้ ความสุขเป็นทั้งนิสัยทั้งทางเลือก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา ถ้าเรามีทัศนคติทีดีต่อความสุข ความสำเร็จก็มาหาเราไม่ยากเลย
ฉะนั้นชีวิตที่เหลืออยู่ อย่าอยู่แค่งานที่เราถนัด อย่าหยุดเรียนรู้ หัดเรียนรู้สิ่งใหม่ให้หลากหลาย ทำงานเป็นทีมให้เป็น ล้มเหลวก็เรียนรู้และลุกขึ้สู้ให้เร็ว หัดหาเพื่อนใหม่ๆในงานสังคมบ้าง อย่าทุ่มแต่งาน อยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยม เอาเวลาไปใช้ชีวิต รักษาสุขภาพให้ดี แล้วความสุขก็จะอยู่กับเราทุกช่วงของชีวิต
แหล่งที่มา
https://www.linkedin.com/pulse/10-important-career-lessons-most-people-learn-too-late-bernard-marr